ประวัติของหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ภาควิชาศัลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

      ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีชื่อเสียงทางด้านโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก  สืบทอดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน  ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  จนถึงปัจจุบัน อาจารย์ท่านแรกที่เริ่มต้นวางรากฐานของหน่วยงานนี้คือ ศาสตราจารย์เฉลี่ย วัชรพุกก์ ท่านได้ศึกษาทางด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จาก  Cleveland clinic  จากประเทศสหรัฐอเมริกา  ท่านได้เป็นหัวหน้าศัลยกรรม สาย G 1 และ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์  ตามลำดับ ท่านเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ใน  สมัยของท่าน  ให้เป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  เฉพาะทางลำไส้ใหญ่และทวารหนัก  คนแรก ของประเทศไทย ท่านเป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกงานทางด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักจนมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ งานที่สำคัญของท่านอีกประการคือ การจัดตั้ง Rectal clinic ที่แผนกผู้ป่วยนอก ซึ่งแยกจากการตรวจโรคอื่น ๆ ของศัลยกรรมทั่วไป และยังคงดำเนินการในรูปแบบเดียวกันตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

ขั้นตอนแรกของการจัดตั้งหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และ ทวารหนัก  เกิดขึ้นในสมัยที่ รองศาสตราจารย์ บรรเทอง รัชตะปิติ  เป็นหัวหน้าภาควิชา ในการสัมนาภาควิชาที่หาดตะวันรอน สัตหีบ  ได้มีการจัดทำแผนจัดตั้ง หน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก  โดยมีการจัดตั้งหอผู้ป่วยเฉพาะโรคลำไส้ใหญ่และ ทวารหนัก ขึ้นที่ตึกจงกลนีชั้นล่าง  โดยศัลยแพทย์ทั่วไปทุกท่าน มีสิทธิ์ที่จะบรรจุผู้ป่วยโรคลำไส้ใหญ่และ ทวารหนักได้ บุคคลที่พัฒนางานด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักท่านต่อมาคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วิศิษฐ์ ฐิตะวัฒน์ ท่านได้เป็นหัวหน้าหน่วยศัลยกรรมทั่วไปสายG1สืบทอดจากศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลี่ย วัชรพุกก์ และต่อมา ท่านได้เป็นหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ และเป็นประธานชมรมศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก อีกหลายสมัย อาจารย์ท่านต่อมาคือ รองศาสตราจารย์นายแพทย์ยอด สุคนธมาน ท่านได้สำเร็จ   american board of colorectal surgery จากสหรัฐอเมริกา ต่อมาท่านได้รับเลือกและแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าศัลยกรรมทั่วไปสาย G2 และหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์และประธานชมรมศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ในสมัยที่ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชา  ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มให้ยื่นเรื่องขอเปิดการฝึกอบรม แพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขาลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จากแพทยสภา ในปีพ.ศ.2537 ในการขอเปิดการฝึกอบรมนี้ เป็นเรื่องที่กินเวลานานถึง 7 ปี เพราะแพทยสภาในสมัยนั้น   ไม่มีนโยบายให้เปิดการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขา  เพิ่มเติมอีกในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปยังแพทยสภาหลายครั้ง  ตั้งแต่ในสมัยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ ยอด สุคนธมาน และต่อมาภายหลัง เมื่อศาสตราจารย์นายแพทย์ธนิต วัชรพุกก์ ซึ่งเป็นประธานชมรมในสมัยต่อมา ได้กรุณาทำหนังสือถึง แพทยสภา โดยได้ทำหนังสือถึง  ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ช่วยทำหนังสือสนับสนุนอีกทางหนึ่งด้วย ในปี พ.ศ.2544 ศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ เผ่าสวัสดิ์  ได้เป็นนายกแพทยสภา ท่านอาจารย์ได้นำเรื่องขอเปิดฝึกอบรม  แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เข้าพิจารณาในวาระการประชุมของคณะกรรมการแพทยสภา  และทางภาควิชาศัลยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ส่งรองศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ โรจนสกุล  เข้าชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการแพทยสภา และได้รับอนุมัติ ให้เปิดการฝึกอบรม แพทย์เฉพาะทาง  สาขาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีโควต้า  1 ตำแหน่ง รับผู้ที่จบการฝึกอบรมศัลยกรรมทั่วไปแล้ว  มาเรียนต่อยอดอีก 1 ปี
       อาจารย์ผู้เป็นต้นกำเนิดของการแยกหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คือ  รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ กิติสิน  ในช่วงที่อาจารย์ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาใหม่ เมื่อพ.ศ. 2541  อาจารย์ได้ขอให้แยก หน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก  ออกจากหน่วยศัลยศาสตร์ทั่วไป  เมื่อเริ่มต้นมีอาจารย์ประจำหน่วยเพียง 1 ท่านคือรองศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ โรจนสกุล โดยที่รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ กิติสิน  รักษาการเป็นหัวหน้าหน่วยคนแรก  เป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้น   รองศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ โรจนสกุล ขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปี 2546 หลังจากนั้น นพ.จิรวัฒน์ พัฒนะอรุณ ได้รับตำแหน่งต่อมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ถึงปี พ.ศ. 2554 จึงได้ส่งมอบหน้าที่ต่อให้ นพ.ชูชีพ สหกิจรุ่งเรือง รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 เป็นต้นมา



CopyRight (c) 2010 www.colorectalchula.com All Right Reserved.